วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เที่ยวงานประดับไฟ Nabana No Sato Winter Illumination ที่ Kuwana จังหวัดมิเอะ (Mie)

เพราะภาพอุโมงค์ไฟล้านดวงเลยค่ะ ทำให้แหม่มอยากไปเยือนที่นี่ สำหรับเพื่อนใครที่ชื่นชอบงานประดับไฟที่ญี่ปุ่น ห้ามพลาด! เลยนะกับงาน “Nabana No Sato Winter Illumination” (なばなの里 ウィンターイルミネーション) ซึ่งเป็นงานประดับไฟในช่วงหน้าหนาว โดยเริ่มจัดตั้งแต่ประมาณกลางเดือนตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) ยาวไปจนถึงต้นปีของปีถัดไป



การเดินทาง
วิธีที่ 1  ต่อเดียวค่ะ
มีรถบัสจาก Meitetsu Bus Center ที่นาโกย่า ตรงไปงานได้เลยนะคะ ต้องไปขึ้นที่ห้าง Meitetsu จากสถานี Nagoya ให้เดินไปห้าง Meitetsu ตรงข้างอาคารจะมีทางเดินทะลุไปฝั่งที่จอดรถบัส ต้องไปซื้อตั๋วรถบัสที่ชั้น 3 และไปขึ้นรถกันที่ชั้น 4 ของ Meitetsu Bus Center ค่ะ แบบไป-กลับ 1,780 เยน และ เที่ยวเดียว 890 เยน
วิธีที่ 2  นั่ง 2 ต่อค่ะ
ต่อที่ 1 นั่งรถไฟจากสถานี Kintetsu Nagoya ขึ้นขบวน Kintetsu Nagoya Line Local for Shiratsuka ไปลงสถานี Kintetsu Nagashima หรือนั่ง Express Line (สายสีส้ม) Kintetsu Nagoya Line Semi-Exp. for KINTETSUYOKKAICHI ใช้เวลาประมาณ 23-30 นาที Fare 400 ไปลงสถานี Kintetsu Nagashima
ต่อที่ 2 เมื่อ Exit ออกมาที่หน้าสถานีหมายเลข 1 และ 2 กันค่ะ จากนั้น ให้เดินเลี้ยวขวามานิดเดียว เพื่อมารอคิวขึ้นรถบัส ที่จะนำเราไปยัง Nabana no Sato (ป้ายรถบัสจะอยู่หน้าสถานี สังเกตได้ง่าย ออกมาก็จะเห็นเลยค่ะ) จากป้าย Bus stop ไปถึง Nagashima Resort ใช้เวลาราวๆ 10 นาที (ค่ารถ 220 เยน)


 แหม่มนั่งรถไฟของ Kintetsu ไปค่ะ

ไปลงสถานี Kintetsu Nagashima

แต่งานนี้ขอไปรถไฟค่ะ เพราะมีพาสแล้ว และพวกเราเสียค่ารถบัสไปที่งานเพิ่ม 220 เยน/เที่ยว ไปกลับ 440 เยนเองค่ะ ประหยัดไปตั้ง 1,340 เยน เลยแน่ะ (งกมั๊ย 555) แต่หากใครไม่มีพาสก็จัดได้เลยค่ะ

มารอรถบัสบริเวณหน้าสถานี

รถบัสมาแล้วค่ะ

นั่งแป๊บเดียว ก็ถึงแล้วค่ะ

เวลาเปิดทำการ : 9:00 – 21:00 น. (บางวันเปิดถึง 22:00 น.) *กรุณาตรวจสอบเวลาปิดที่แน่นอนกับทางสวนอีกครั้งนะคะ
ราคาตั๋วเข้าชม คนละ 2,300 เยน รวมคูปองอาหาร 1,000 เยน (500 จำนวน 2 ใบ) สามารถใช้แทนเงินสดซื้ออาหารหรือของฝากในร้านค้าในงานได้เลย (แต่ไม่สามารถแลกเป็นเงินคืนได้ หากไม่ได้ใช้) แหม่มก็จัดอาหารไปมื้อนึงค่า


ได้ตั๋วแล้วค่ะ
เมื่อได้ตั๋วแล้ว ก็เดินเข้าไปชมกันค่ะ แต่ทางเดินเข้าไฟก็เริ่มระยิบระยับแล้ว พอเดินเข้ามาต้องโอโห เห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่สะท้อนน้ำสวยงามมาก (แฮ่ะๆ ขออภัยถ่ายมาไม่สวยเลย) ตอนถ่ายหนาวมาก มือสั่น ภาพก็สั่น >_<


แค่ทางเดินไปก็สวยแล้ว

มุมนี้ ใบไม้เปลี่ยนสี กับไฟสวยงามมากเลยค่ะ
แล้วก็ไปเจอมุมไฟสีฟ้า ประดับเต็มเลยค่ะ กว้างพอสมควร แต่ถ่ายรูปยากมาก ไม่ใช่เพราะคนบังหรอกค่ะ แต่เพราะเป็นสีฟ้า ไม่รู้ถ่ายออกมาอย่างไรให้สวย 555 (หมายถึงไฟนะคะ)


มุมนี้ไฟสวย แต่ถ่ายไม่สวยเอง  >_<

เดินมาอีกหน่อยก็เจอลานตรงกลางสวน ช่วงนี้จะมีประดับไฟไปตามสายน้ำยาวทีเดียว และมีไฟสลับสับเปลี่ยน ฟ้า เหลือง เขียว แดง สวยดีค่ะ  







และมุมนี้ก็สามารถมองเห็น Island Fuji เป็นที่ชมวิวแบบ 360 องศาบนความสูง 45 เมตร จุดนี้ต้องเสียค่าขึ้นต่างหากนะคะ (ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็ก 300 เยน) แต่มีคนรอคิวยาวพอสมควรเลยค่ะ แหม่มกับเพื่อนตัดสินใจไม่ขึ้นกัน เลยเดินเที่ยวต่อเพื่อไปจุดไฮไลท์ของเราดีกว่า อิอิ


จุดชมวิวแบบ 360 องศา
ถึงแล้วค่าจุดไฮไลท์ของงานนี้ เป็นอุโมงค์ไฟสุดอลังการเป็นจุดที่อยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง อุโมงค์มีความยาวประมาณ 200 เมตร ยิ่งใหญ่อลังการ และสวยมากๆ เลยค่ะ ร้อยด้วยไฟ LED หลายดวง นับไม่ถูกค่า 555++ ช่วงนี้จะมีความสุข สนุกในการถ่ายรูปมาก 






เดินลอดอุโมงค์มาก็จะเจอกำแพงไฟสวยอีกแล้ว และต้องเดินขึ้นไปจุดชมวิวด้านบน อยากบอกว่าอลังการมาก ๆ เลย สำหรับแหม่มถือว่าคุ้มมากเมื่อได้มาที่นี่ 


กำแพงไฟก็สวยดีนะคะ



ลงมาจากด้านบน เราก็จะเจออุโมงค์ไฟอีกซุ้มนึงค่ะ อุโมงค์ไฟนี้จะมีเปลี่ยนสีได้ด้วย เจ๋งไปอีกแบบ ระยะทางจะสั้นกว่าอุโมงค์แรกนะคะ  แต่ก็ฟินได้เช่นกัน คนก็ไม่เยอะด้วย


อุโมงค์ไฟนี้จะมีสีสลับกันนะคะ คนก็น้อยดี

สำหรับปี 2017-2018 จะจัดขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม 2017 จนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2018 (14 Oct 2017 to 6 May 2018) ใครสนใจอยากไปชมไฟประดับแบบอลังการก็ลองวางแผนไปเที่ยวนะคะ รับรองว่าจะประทับใจเหมือนแหม่มแน่นอน


ชอบจัง อุโมงค์ไฟสวย ๆ
ดอกไม้แดงสวย ๆ

มุมนี้เห็นต้นไม้สะท้อนน้ำด้วย สวยจัง

ส่วนใครที่อยากไปชมไฟประดับที่โกเบก็ตามด้านล่างนี้เลยค่ะ
Kobe Luminarie งานประดับไฟเมืองโกเบประจำปีสุดอลังการ ที่หนึ่งปีมีหนึ่งหน
https://journeyfunfood.blogspot.com/2017/11/kobe-luminarie-japan.html

วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Kobe Luminarie งานประดับไฟเมืองโกเบประจำปีสุดอลังการ ที่หนึ่งปีมีหนึ่งหน


Kobe Luminarie งานประดับไฟประจำปีที่จัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี ปีที่แหม่มไปคือปลายปี 2015 แต่ละปีสีของไฟจะไม่เหมือนกันนะคะ ปีที่แหม่มไปจะเป็นแนวสีฟ้าเยอะหน่อยค่ะ 





ส่วนสถานที่จัดงานคือ บริเวณ Old Foreign Settlement และ สวน Higashi-Yuenchi อยู่ระหว่างสถานี Motomachi กับ Sannomiya

ช่วงเวลาที่เปิดให้ชม 
วันจันทร์-พฤหัส 18.00-21.00 น.
วันศุกร์-เสาร์ 18.00-22.00 น. 
วันอาทิตย์ 18.00-21.30 น.



สถานที่จัดงานอยู่ที่ Kobe ค่ะ

การเดินทาง จากสถานี Hankyu Umeda นั่งสาย Hankyu Kobe Line (สีฟ้า) ไปลงที่ Kobe- Sannomiya (Hankyu)



ถึงแล้วค่ะ สถานี Kobe- Sannomiya

ด้านหน้าสถานีค่ะ

ครั้งนี้ตั้งใจไปกินเนื้อสเต็ก Steak Aoyama และไปชมความงามยามค่ำคืนกันที่ Kobe Luminarie งานประดับไฟสุดอลังการที่หนึ่งปีมีหนึ่งหน และก็ไม่พลาดค่ะ 



งานแต่ละเมืองก็น่าสนใจค่ะ

กินเนื้อสเต็ก Steak Aoyama เสร็จ (ไว้จะมารีวิว) เจ้าของร้านน่ารักมาก แนะนำให้พวกเราไปเที่ยวงานนี้ อธิบายทางเดินไปเสร็จสรรพ แถมเอาภาพสวย ๆ ในงานปีก่อน ๆ มาให้ชม แหม่มนี่รู้สึกประทับใจมากเลยค่ะ ให้เริ่มต้นที่สถานี Sannomiya เดินไปทางไชน่าทาวน์ ก็จะเป็นทางเดินบังคับเลยค่ะ



มุมนี้สวยดี HipSter นะ

จากสถานีเลี้ยวซ้ายมาเรื่อย ๆ ค่ะ

เดินผ่านไชน่าทาวน์ด้วย

แต่ญี่ปุ่นเค้าจัดระเบียบในการเดินเข้าชมดีมาก ค่อย ๆ ปล่อยไปทีละน้อย ทำให้การถ่ายรูปสะดวก สนุกดี แต่แหม่มพลาดมากที่แบตกล้องหมด เลยได้ภาพแค่มือถือ อยากให้ไปชมกันนะคะ อลังการมาก ระยะทางของไฟที่จัดแสดงก็ไม่ยาวมากนะ กำลังเดินชมสบาย ๆ เลยค่ะ 



ตรงนี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นนะคะ เพราะคนเริ่มมารอแล้ว

ได้เวลาก็เดินตามกันไปค่ะ
เดินไปเรื่อยตามเส้นทางที่เค้ากำหนดให้

เริ่มเห็นไฟประดับแล้วค่ะ 

เป็นประสบการณ์ดี ๆ ที่มาสัมผัสได้ที่เมืองโกเบ บอกเลยว่าความสวยงามมาก การันตีความสวยงามด้วยแสงสว่างอันสดใสจากดวงไฟ LED หลายร้อยล้านดวง เป็นเทศกาลสุดประทับใจที่ไม่ควรพลาดชม เห็นแล้วประทับใจแน่นอน ขออัพภาพรัว ๆ เลยนะคะ













สำหรับปี 2017 เมืองโกเบจะจัดงานนี้ขึ้นเป็นครั้งที่ 23 ในช่วงวันที่ 8 ธันวาคมถึงวันที่ 17 ธันวาคมเป็นระยะเวลา 10 วัน ให้ชาวเมืองโกเบและนักท่องเที่ยวอย่างเราได้มาชมความสวยงามของไฟประดับทั้งหลายในงานนี้กัน ภายในธีมคือ จุดประกายความฝันของคุณด้วยสถาปัตยกรรมเรืองแสง แค่เห็นภาพก็อยากไปแล้วค่ะ


Credit by BANGKOK Porta Co.,Ltd

สำหรับใครที่มีแผนจะเที่ยวภูมิภาคคันไซ อยากให้ไปเมืองโกเบในช่วงวันเวลาที่มีงานเทศกาล Kobe Luminarie กันนะคะ นอกจากจะได้ชมความสวยงามของไฟประดับแล้ว บรรยากาศของงานก็สนุกดีค่ะ อากาศเย็นสบายออกแนวโรแมนติกหน่อย ๆ จากที่หนาว ๆ ก็อุ่นกันเลยทีเดียว อยู่กันดึกแล้ว ขอกลับโอซาก้าก่อนนะคะ แล้วจะพาไปชมงานประดับไฟอีกเมืองนึงค่ะ

วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ศาลเจ้า Kitano Tenmangu สถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากอีกแห่งของ Kyoto

ศาลเจ้า Kitano Tenmangu สำหรับคนที่รักการเดินทาง ชอบถ่ายรูปและชื่นชอบสีสันแห่งฤดูกาลอันสดใสในประเทศญี่ปุ่น ขอแนะนำเลยว่าที่นี่สวยงามมากเลยค่ะ บางคนอาจจะคุ้นแล้ว สำหรับแหม่มไม่คุ้นเลยค่ะ เรื่องของเรื่องมีน้องมาบอกว่าที่น่าไป แหม่มลอง search จากเวปต่างประเทศเวปนึง (จำไม่ได้แล้ว) พอเห็นใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่สวยงามมากเลยบอกสมาชิกเที่ยวว่าไปที่นี่กันเถอะ อิอิ และต่อ route เที่ยวต่อจาก Arashiyama ได้เลยนะ แต่หากเพื่อน ๆ อยู่เกียวโตอยู่แล้วก็เที่ยวที่นี่ช่วงเช้า บ่ายไป Arashiyama ต่อก็ได้ แต่สำหรับแก็งแหม่มมาจากโอซาก้าใช้ Hankyu Tourist Pass ก็เลยเที่ยวที่นี่ช่วงบ่ายกันค่ะ





การเดินทาง มีได้หลายวิธี (สำหรับแหม่มเลือกข้อ 1 ค่ะ)
1.  นั่ง Tram Randen ใช้ randen all day ticket (เสียเพิ่ม 500 เยน) ขึ้น Arashiyama-Line สีแดง จากสถานี Arashiyama (A14) ไปลงสถานี Katabiranotsuji (A9/B1) ไปต่อสาย (Kitano-Line สีน้ำเงิน) ไปลงสถานี Kitano-Hakubaicho (B9) http://randen.keifuku.co.jp/en/ ส่วนขากลับนั่ง Tram มาลงที่ A1 ใช้ Tourist Pass นั่ง Hankyu กลับ Umeda
2.  จากสถานี JR Kyoto นั่งรถบัส Kyoto City Bus สาย 50 ที่มุ่งหน้าไปยัง Ritsumeikan Daigaku-mae แล้วลงที่ป้าย Kitano Tenmangu-mae
3.  ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน Karasuma Subway Line ไปลงที่ Imadegawa Station จากนั้นก็ขึ้นรถบัสสาย 102 หรือ 203 ลงที่ป้าย Kitano Tenmangu-mae 
4.  ตาม GRP เลยค่ะ GPS: 35.031256, 135.735324
ใครจะมาทางไหน สะดวกอย่างไร ก็ลองดูกันนะคะ

ของแหม่มเริ่มที่ Tram Randen ขึ้นที่สถานี Arashiyama (A14)

ไปลงสถานี Kitano-Hakubaicho (B9)

ออกจากสถานีตามภาพก็เดินตรงไปเลยค่ะ

มีป้ายบอกตลอดทางไม่ต้องกลัวหลงค่ะ

เดินตรงประมาณ 700 เมตร ก็เลี้ยวซ้ายตามป้ายค่ะ

ไปทำความรู้จักกันสักหน่อยค่ะ ศาลเจ้าคิตาโน่เทนมานกุ (北野天満宮, Kitano Tenmangu) เป็นหนึ่งในสองศาลเจ้าเทนมานกุที่สำคัญที่สุดในญี่ปุ่น อีกแห่งอยู่คือที่เมืองดาไซฟุ (Dazaifu) ฟุกุโอกะ โดยผู้คนเชื่อกันว่าจะช่วยเรื่องความสำเร็จทางการเรียนและการทำงาน


ประตูทางเข้าศาลเจ้า

มีอีกประตูค่ะ

ศาลเจ้า Kitano Tenmangu ไหว้พระขอพรสักหน่อย 

ด้านข้างศาลเจ้าก็สงบ สวยงาม

มุมนี้ก็สวยงาม
แต่งานนี้เราจะเข้าชมสวนเมเปิลด้วยค่ะ จากศาลเจ้าตรงกลาง สวนจะอยู่ทางซ้ายมือ หากเราหันหน้าไปทางศาลเจ้า


บัตรเข้าชมสวน ห้ามทำหายนะคะ ขาออกนำไปรับ ชา ขนม กันค่ะ
ค่าเข้าชม
1.  เข้าชมศาลเจ้า ฟรี
2.  ค่าเข้าชมสวนเมเปิล (พร้อมด้วยขนม ชา) ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็ก 350 เยน (ราคาปี 2016)
เปิดทำการทุกวันตามเวลาเปิด-ปิด: 05:00-18:00 น. (เดือนเมษายน-กันยายน) และ 05:30-17:30 น. (เดือนตุลาคม-มีนาคม)


มีแผนผังทางเดินให้ชมด้วย

งั้นตามแหม่มไปชมภาพความงามของสวนเมเปิล แบบ non stop เลยค่ะ ภาพอาจจะเยอะหน่อย แต่ประทับใจทุกมุมเลยค่ะ

แต่ทางเข้าก็ต้องร้องว้าวแล้วค่ะ

โอยยยยยยยยย ... สีสันสุด ๆ

มาเจอะสะพานข้ามสีแดงยิ่งเด่น

เจอสาวญี่ปุ่นทักทายกัน เลยขออนุญาตถ่ายรูป
มุมนี้ก็สวยดี

เดินมาจนเห็นศาลเจ้าในมุมสูงขึ้น

ใบไม้เหลือง แดง สดใสมาก

เส้นทางลง ของจริงอย่างสวยเลยค่ะ
ยังไม่ถึงครึ่งทางเลยค่ะ

เราเดินใกล้ถึงสะพานแดง Highlight แล้ว ^^

ลงมาด้านล่างแล้ว มองขึ้นไปสวยมาก ๆ เลย

ส่วนตัวแหม่มชอบที่นี่มาก เดินชมสวนเมเปิลสะดวกเลย คนน้อยมาก ทางเดินจะจัดให้เป็นเส้นทางเดินทางเดียว ไปตามลำธารเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า Tenjin River จะเดินกลับไป กลับมาในนี้นานเท่าไหร่ก็ได้ และจะมีผ่านสะพานสำคัญสีแดงสวยเด่นด้วยค่ะ ตรงนี้จะเป็น Highlight ที่ใคร ๆ ก็ต้องหยุดถ่ายรูป


Highlight ที่ใคร ๆ ก็ต้องหยุดถ่ายรูป

ถ่ายมุมใบไม้ร่วงลงพื้นบ้าง

มาอยู่กลางสะพานแล้ว น้ำน้อย แต่อากาศดีมากเลยค่ะ

ถ่ายไปมุมอื่นบ้าง

ตรงนี้จะเป็นสะพานไม้ ก่อนที่จะถึงทางออกค่ะ

เมื่อเดินออกประตูที่ตรงสุดทางแล้วก็จะเข้ามาใหม่ไม่ได้นะคะ ตรงจุดนี้ก็นำบัตรไปโชว์เพื่อชิมชาและขนมก่อนกลับเท่านั้นค่ะ จะขอเข้าไปข้างในไม่ได้อีกน๊า ซึ่งจากที่เดินระยะทางก็ไกลใช้ได้นะ แต่ด้วยความฟินใบไม้เปลี่ยนสี หยุดถ่ายรูปตลอดทาง ทำให้การเดินในครั้งนี้ไม่เหนื่อยเลยค่ะ เพลิดเพลินกับความสวยงามมากมาย


นำบัตรไปโชว์เพื่อชิมชาและขนมก่อนกลับค่า

ศาลเจ้า Kitano Tenmangu Shrine ถือเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งของ Kyoto เดินทางไม่ยาก ถือว่ามีทีเด็ดเลยค่ะ จะมีช่วงเปิดไฟ Light up ด้วย แต่เสียดายไม่ได้อยู่ถึงไฟเปิด กลัวกลับโอซาก้าดึกมากไป ถ้าใครชอบถ่ายภาพใบไม้สวยๆ มาที่ศาลเจ้า Kitano รับรองไม่ผิดหวัง บล็อกหน้าจะพาเที่ยวที่ไหนโปรดติดตามกันนะคะ